|
|
 |
ธรรมะ
ธรรมโม |
 |
| |
|
|
ตายแล้วจะเป็นอะไร
???
ความตายเป็นเรื่องที่น่ากลัวยิ่ง
ของผู้คนทั้งหลาย เพราะคนส่วนใหญ่ยังไม่อยากตาย
และที่สำคัญคือไม่รู้ว่าเมื่อตายแล้วจะไปไหนจะเกิดเป็นอะไรจะถูกยมบาลจับไปลงกระทะทองแดงหรือเปล่า
หรือว่าตายไปแล้ว จะต้องเป็นผีเร่ร่อนไปไม่จบสิ้น
เรื่องที่มองไม่เห็นจึงเป็นเรื่องที่น่ากลัวสำหรับผู้คน
แต่ตายแล้วจะไปเป็นอะไรนั้น
ตามคำสอนของครูบาอาจารย์ที่ท่านได้ฝึกกรรมฐานจนสามารถมีญาณ
ได้ทิพยจักษุ หรือได้อนาตังสญาณ สามารถรู้อดีตชาติ
รู้ปัจจุบัน และล่วงรู้ไปถึงอนาคตของสัตว์โลก
ตลอดจนมนุษย์ทั้งหลาย ได้กล่าวสอนว่า
ความสำคัญอยู่ที่ว่า
ขณะที่บุคคลนั้นจะตายหรือใกล้จะตายนั้น
ตอนนั้นเขาได้มีจิตนึกคิดสิ่งไรอยู่ มีสติจดจ่ออยู่กับเรื่องอะไร
มีจิตกังวลหรือมุ่งมั่นกับอะไร
เมื่อวิญญาณได้หลุดลอยออกจากร่างที่หมดแล้ว
วิญญาณของคนนั้นก็จะมุ่งตรงไปหาสิ่งที่ได้ตั้งใจไว้ก่อนตาย
เรียกว่า ไปตามจิตใจที่ได้คิดไว้ก่อนตาย
ดังยกตัวอย่างเรื่องจริงในอดีตที่ท่านพระอาจารย์ได้เล่าเขียนเป็นหนังสือไว้ว่า
มีสามีภรรยาที่ยากจนคู่หนึ่ง
ได้ย้ายถิ่นฐาน เพื่อไปทำมาหากินเมืองอื่น
เดินทางไปหลายวัน เสบียงอาหารได้หมดลง
อดข้าวไม่ได้กินอยู่ ๒ วัน
บังเอิญได้ไปพบกับบ้านเศรษฐีใจบุญเข้า
จึงได้สั่งให้คนรับใช้นำข้าวปลาไปให้ทาน
ทั้งคู่จึงทานด้วยความหิวโหย ฝ่ายสมาขณะที่ทานไป
ได้เห็นสุนัขของบ้านเศรษฐี ก็กลังทานอาหารเช่นกัน
เป็นสุนัขของบ้านเศรษฐีนี้ดีนะ
มีข้าวปลาอาหารเลี้ยงดูอย่างสมบูรณ์
แถมยังมีชามข้าวเป็นทองคำด้วยระหว่างทานข้าวไปก็มองคิดไป
บังเอิญความหิว จึงทานอย่างรีบร้อน
จึงสำลักข้าวตายเมื่อตายไปแล้วเกิดมาเป็นลูกสุนัขเศรษฐีนี้อย่างทันการณ์ทันที
เมื่อเป็นสุนัขแล้ว
ก็เป็นสุนัขที่แสนรู้ คนเขาพูดอะไรก็รู้เรื่องหมด
ใช้งานได้จนเศรษฐีมีความรักเมตตาต่อสุนัขตัวนี้มาก
และตัวเศรษฐีเองก็เป็นคนถือศีลขอบฟังธรรมได้นิมนต์พระปัจเจกพระพุทธเจ้ามาสอนธรรมะอยู่เสมอและเวลาที่พระปัจเจกพระพุทธเจ้ามา
ก็จะเรียกเจ้าสุนัขที่เคยเกิดเป็นคนยากจนให้ไปเชิญพระปัจเจกพระพุทธเจ้ามา
และเวลากลับเจ้าสุนัขแสนรู้จะไปส่งพระปัจเจกพระพุทธิเจ้ากลับเป็นเช่นนี้อยู่เสมอ
จนกระทั่งวันหนึ่งพระปัจเจกพระพุทธเจ้าบอกสุนัขว่า
เอาล่ะส่งแค่นี้ล่ะ เพราะข้าฯ จะไปธุระที่อื่น
จะเหาะไปเพราะอยู่ไกลมาก
ว่าแล้วพระปัจเจกพระพุทธเจ้าก็แสดงฤทธิเหาะเหินเดินอากาศลอยไปเลย
เจ้าสุนัขจึงเห่าด้วยความยินดีแล้วคิดว่าเป็นพระปัจเจกพระพุทธเจ้านี่ดี
ไม่ต้องเดิน ใช้เหาะเอาก็ได้
เรานี้น่าจะเป็นพระปัจเจกพระพุทธเจ้านะ
คิดและตั้งใจเช่นนั้นเดินไปถึงบ้านเศรษฐีบังเอิญเกิดตายขึ้นมา
พอตายปั๊บก็ไปเกิดเป็นเทวดา
นี่เป็นตัวอย่างที่ง่าย ๆ
ในการเปลี่ยนแปลงภพชาติของมนุษย์และสัตว์สำคัญที่ว่าในขณะที่กำลังจะตายนั้นบุคคลจะมีสติอยู่หรือไม่
ยึดติดกับสิ่งไร
ตายไปแล้วก็เฝ้าหวงอยู่กับสิ่งนั้น
ในสมัยพุทธกาล
มีพระภิกษุรูปหนึ่งบวชเป็นพระได้ไม่นาน
ยังฝึกกรรมฐานไม่มาก
ถึงแม้จะอยู่ใกล้พระพุทธเจ้าก็ตาม อยู่มาวันหนึ่ง
มีเศรษฐีมาถวายผ้าไตรจีวร
และพระภิกษุรูปนี้ก็ได้รับด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง
ทุกวันจะจับต้องลูบคลำเอามาดูอยู่เสมอ
แต่ได้ชื่นชมอยู่ไม่นาน ก็ถึงคราวต้องตาย
พอตายแล้ววันรุ่งขึ้น พระพุทธเจ้าฯ
ได้บอกต่อพระอานนท์ว่า "ผ้าจีวรผืนนี้
อย่าเพิ่งเอาไปใช้ ให้รอครบ ๗ วันก่อน
จึงค่อยนำไปซักล้าง"
ฝ่ายพระที่หลงใหลในผ้าจีวรผืนใหม่นี้
เมื่อตายไปเกิดเป็นตัวเล็น
ซึ่งเป็นแมลงเล็กชนิดหนึ่งแล้วอาศัยอยู่กับผ้าผืนนั้น
ตลอดจนอายุขัยคือ ๗ วัน
จึงตายจากผ้าผืนนั้นไป
การที่พระรูปนี้เมื่อมรณภาพเป็นแล้ว
ไปเกิดเป็นแมลงเล็ก ๆ
ทันทีแล้วเกิดอยู่เฝ้าอยู่กับผ้าที่ตัวเองเฝ้าหวงรักมันเป็นเพราะว่าขณะที่ตายไปนั้นได้มีจิตใจจดจ่อกับผ้านั้นตลอดจนแม้กระทั่งดับจิตอยู่ก็ได้คิดมันอยู่เช่นนี้
เมื่อเกิดใหม่จึงเป็นแมลง มาเฝ้ารักสมบัติที่ตัวเอง
ทั้งห่วงทั้งหวงนั่นเองพระพุทธเจ้าก็มีญาณรู้อยู่ว่า
พระรูปนี้เมื่อมรณภาพไปแล้วจะต้องต้องเกิดมาเป็นแมลงอยู่ในผ้าจีวร
จึงทรงห้ามพระอานนท์ไม่ให้นำไปซักล้าง
ปล่อยให้แมลงตัวนี้ตายไปก่อน
จึงค่อยนำมาใช้
ฉะนั้นคนเรา
เมื่อจะตาย ควรปล่อยวางทุกอย่างอย่ายึดทุกสิ่ง
มิฉะนั้นต้องกลับมาอีก และอาจจะเกิดเป็นแมลง เป็นจิ้งจก
เป็นสุนัขมาเฝ้าสมบัติของตัวเองก็ได้
ครูบาอาจารย์ทั้งหลาย
จึงเฝ้าอบรมให้ฝึกสมาธิให้หัดนั่งกรรมฐานอยู่เสมอ
เพื่อที่จะได้มีสติ รู้อยู่ตลอดเวลา
เมื่อถึงคราวที่จะตาย ก็สามารถกำหนดจิตเข้าญาณได้
จะให้ตายแล้วไปเป็นเทวดา
เป็นเทพอยู่สวรรค์ชั้นไหนก็สามารถทำได้
ที่มา http://board.palungjit.com/
เรื่องที่เกี่ยวข้อง :
ตายแล้วจะเป็นอะไร ???
เส้นตาย!
"ฆ่าตัวตาย" ความสูญเสียที่ป้องกันได้
ตายอย่างมีศักดิ์ศรี
ตายแล้วจะเป็นอะไร ???
ถ้ารู้ (กู) ทำไปนานแล้ว
เรามีบุญนักแล้ว ที่ได้เกิดเป็นมนุษย์
โทรมือถือฮิฟจริง ใช้แล้วทิ้ง แถมปลูกต้นไม้ได้
ตายแล้วจะเป็นอะไร ???
สวยเป็นเหตุ!
ลักษณะของจิตที่เป็นสมาธิ
ความเป็นมา ของพระไตรปิฎก3
|
|
| |
|
 |
|
 | |
| |
|